การจัดการเรียนรู้แบบ
4
MAT
วัฏจักรแห่งการเรียนรู้ (4
Mat) สร้างขึ้นโดยใช้วงกลมเป็นสัญลักษณ์แทนการเคลื่อนไหวของกิจกรรมการเรียนรู้
พื้นที่ของวงกลมถูกแบ่งออกโดยเส้นแห่งการเรียนรู้
และเส้นแห่งกระบวนการจัดข้อมูลรับรู้เป็น 4
ส่วนกำหนดให้แต่ละส่วนใช้แทนกิจกรรม
การจัดการเรียนรู้ 4 ลักษณะ โดยนิยามว่า (กรมวิชาการ,2544)
ส่วนที่ 1
คือ
บูรณาการประสบการณ์ให้เป็นส่วนหนึ่งของตน
ใช้คำถามที่เป็นคำถามนำกิจกรรม คือ ทำไม (Why?)
ส่วนที่ 2
คือ สร้างความคิดรวบยอด คำถามที่เป็นคำถามนำกิจกรรมประจำส่วนนี้คืออะไร(What?)
ส่วนที่ 3 คือ ปฏิบัติและเรียนรู้ตามลักษณะเฉพาะตัว คำถามที่เป็นคำถามนำกิจกรรมประจำส่วนนี้ คือ ทำอย่างไร (How
does it work?)
ส่วนที่ 4
คือ บูรณาการการประยุกต์กับประสบการณ์ของตน คำถามที่เป็นคำถามนำกิจกรรมประจำส่วนนี้
คือ ถ้า (If)
ที่มาของภาพ : https://pbs.twimg.com/profile_images/523159178886381569/IhJZ8Hbw
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
แมกคาร์ธี
เสนอแนวทางการพัฒนาวงจรการสอนให้เอื้อต่อผู้เรียนทั้ง 4 แบบ
โดยกำหนดวิธีการใช้เทคนิคพัฒนาสมองซีกซ้ายซีกขวา กล่าวคือ
กิจกรรมการเรียนรู้จะหมุนวนตามเข็มนาฬิกาไปจนครบทั้ง 4 ส่วน 4 แบบ (Why– What– How – If) และแต่ละช่วง จะแบ่งเป็น
2 ขั้น โดยจะเป็นกิจกรรมที่มุ่งให้ผู้เรียนได้ใช้สมอง
ทั้งซีกซ้ายและขวาสลับกันไป
ดังนั้นขั้นตอนการเรียนรู้จะมีทั้งสิ้น
8
ขั้นตอนดังนี้
ส่วนที่
1 แบบ Why สร้างประสบการณ์เฉพาะของผู้เรียน
ขั้นที่ 1 (กระตุ้นสมองซีกขวา)
สร้างประสบการณ์ตรงที่เป็นรูปธรรมแก่ผู้เรียน การเรียนรู้เกิดจากการจัดกิจกรรม เพื่อพัฒนาสมองซีกขวา โดยครูสร้างประสบการณ์จำลอง
ให้เชื่อมโยงกับความรู้และประสบการณ์เก่าของนักเรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดเป็นความหมายเฉพาะของตน
ขั้นที่ 2 (กระตุ้นสมองซีกซ้าย) วิเคราะห์ไตร่ตรองประสบการณ์ การเรียนรู้เกิดจากการจัดกิจกรรม
เพื่อพัฒนาสมองซีกซ้าย
โดยครูให้นักเรียนคิดไต่ตรอง
วิเคราะห์ประสบการณ์จำลองจากกิจกรรมในขั้นที่ 1
ในส่วนที่ 1 นี้
ครูต้องสร้างบรรยากาศให้นักเรียนเกิดความใฝ่รู้
และกระตือรือร้นในการหาประสบการณ์ใหม่อย่างมีเหตุผล และแสวงหาความหมายด้วยตนเอง
ฉะนั้น ครูต้องใช้ความพยายามสรรหากิจกรรม
เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ดังกล่าว
ส่วนที่
2 แบบ What พัฒนาความคิดรวบยอดของผู้เรียน
ขั้นที่ 3 (กระตุ้นสมองซีกขวา) สะท้อนประสบการณ์เป็นแนวคิด การเรียนรู้เกิดจากการจัดกิจกรรม
เพื่อพัฒนาสมองซีกขวา
โดยครูกระตุ้นให้นักเรียนได้รวบรวมประสบการณ์
และความรู้เพื่อสร้างความเข้าใจพื้นฐานของแนวคิด หรือความคิดรวบยอดอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง เช่น
การสอนให้ผู้เรียนเข้าใจลึกซึ้งถึงแนวคิดของการใช้อักษรตัวใหญ่ในภาษาอังกฤษ
ครูต้องหาวิธีอธิบายให้ผู้เรียนเข้าใจอย่างแจ้งชัดว่า อักษรตัวใหญ่ที่ใช้นำหน้าคำนามในภาษาอังกฤษ
เพื่อเน้นถึงความสำคัญของคำนั้น ๆ อาจยกตัวอย่าง ชื่อคน ชื่อเมือง หรือชื่อประเทศ
เป็นต้น
ขั้นที่ 4
(กระตุ้นสมองซีกซ้าย)
พัฒนาทฤษฏีและแนวคิดการเรียนรู้เกิดจากการจัดกิจกรรม เพื่อพัฒนาสมองซีกซ้าย
ครูให้นักเรียนวิเคราะห์และไตร่ตรองแนวคิดที่ได้จากขั้นที่ 3
และถ่ายทอดเนื้อหาข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับแนวคิดที่ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาแนวคิดนั้นๆ
ต่อไป
พยายามสร้างกิจกรรมกระตุ้นให้นักเรียนกระตือรือร้นในการเก็บรวบรวมข้อมูล และการศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม
ในส่วนที่ 2
ครูต้องจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้คิดเพื่อให้นักเรียนที่ชอบเรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติจริงสามารถปรับประสบการณ์และความรู้สร้างเป็นความคิดรวบยอดในเชิงนามธรรม
โดยฝึกให้นักเรียนคิดพิจารณาไตร่ตรองความรู้ที่เกี่ยวข้องในช่วงนี้การจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้รับความรู้โดยการคิด
และฝึกทักษะในการค้นคว้าหาความรู้
ส่วนที่
3 แบบ How
การปฏิบัติ และการพัฒนาแนวคิดออกมาเป็นการกระทำ
ขั้นที่ 5 (กระตุ้นสมองซีกซ้าย) ดำเนินตามแนวคิด และลงมือปฏิบัติ หรือทดลอง การเรียนรู้เกิดจากการจัดกิจกรรม
เพื่อพัฒนาสมองซีกซ้าย
เช่นเดียวกับขั้นที่ 4 นักเรียนเรียนรู้จากการใช้สามัญสำนึก ซึ่งได้จากแนวคิดพื้นฐาน จากนั้นนำมาสร้างเป็นประสบการณ์ตรง เช่น การทดลองในห้องปฏิบัติการ หรือการทำแบบฝึกหัดเพื่อส่งเสริมความรู้ และได้ฝึกทักษะที่ได้เรียนรู้มาจากช่วงที่ 2
ขั้นที่ 6 (กระตุ้นสมองซีกขวา)
ต่อเติมเสริมแต่งและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
การเรียนรู้เกิดจากการจัดกิจกรรม เพื่อพัฒนาสมองซีกขวา
นักเรียนเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติ แก้ปัญหา ค้นคว้ารวบรวมข้อมูล
นำมาใช้ในการศึกษาค้นพบองค์ความรู้ด้วยตนเอง
ในส่วนที่ 3 ครูมีบทบาทเป็นผู้แนะนำ และอำนวยความสะดวก เพื่อให้นักเรียนเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้ครูควรเปิดโอกาสให้นักเรียนเข้ามีส่วนร่วมในการวางแผนกิจกรรมการเรียนรู้
ส่วนที่
4
แบบ If เชื่อมโยงการเรียนรู้จากการทดลองปฏิบัติด้วยตนเอง
จนเกิดเป็นความรู้ที่ลุ่มลึก
ขั้นที่ 7 (กระตุ้นสมองซีกซ้าย)
วิเคราะห์แนวทางที่จะนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์
และเป็นแนวทางสำหรับการเรียนรู้เพิ่มเติมต่อไป การเรียนรู้เกิดจากการจัด กิจกรรม
เพื่อพัฒนาสมองซีกซ้าย นักเรียนนำสิ่งที่เรียนรู้มาแล้ว มาประยุกต์ใช้อย่าง
สร้างสรรค์
โดยนักเรียนเป็นผู้วิเคราะห์ และเลือกทำกิจกรรมอย่างหลากหลาย
ขั้นที่ 8 (กระตุ้นสมองซีกขวา)
ลงมือปฏิบัติ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์
การเรียนรู้เกิดจากการจัดกิจกรรม เพื่อพัฒนาสมองซีกขวา
นักเรียนคิดค้นความรู้ด้วยตนเองอย่างสลับซับซ้อนมากขึ้นเพื่อให้เกิดเป็นความคิดที่สร้างสรรค์จากนั้นนำมาเสนอแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน
ในส่วนที่ 4 ครูมีบทบาทเป็นผู้ประเมินผลงานของนักเรียน
และกระตุ้นให้นักเรียนคิดอย่างสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ
ที่มา : https://youtu.be/zrftbryUu4k
ที่มา : https://youtu.be/yBPhlaP4kKo
อ่านเพิ่มเติมได้จาก : http://krusucheera.blogspot.com/2011/04/4-mat.html

เนื้อหาในบล็อกดีมากเลยค่ะ เข้าใจง่าย
ตอบลบเนื้อหาน่าสนใจ เข้าใจง่ายค่ะ
ตอบลบถือเป็นรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่น่าสนใจมาก ทำให้สามารถเข้าใจเด็ก และเลือกใช้วิธีการสอนให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละประเภทได้เป็นอย่างดี
ตอบลบบล็อกสวยค่ะ เนื้อหาในบล็อกนี้มีความน่าสนใจค่ะ ขอบคุณนะคะ ที่แบ่งปันความรู้
ตอบลบ